ช่วงนี้เราติดใจกระเจี๊ยบเขียวมาก 🥒💚 ใครที่เคยกินอาจจะรู้สึกว่าเนื้อมันลื่น ๆ หน่อย แต่จริง ๆ แล้วเจ้าผักนี้ไม่ได้มีดีแค่รสสัมผัสนะ มันเต็มไปด้วย
✨ สิ่งที่เราอยากแชร์เกี่ยวกับกระเจี๊ยบเขียว
๑) มีต้นกำเนิดจากแถบแอฟริกา แล้วค่อย ๆ แพร่ไปทั่วโลก จนตอนนี้แทบทุกประเทศก็มีกินกัน
๒) จริง ๆ แล้วมันอยู่ในตระกูลเดียวกับชบาและฝ้าย 🌺
๓) กระเจี๊ยบเขียวแค่ถ้วยเดียว ให้พลังงานไม่ถึง ๔๐ แคล แต่มีทั้งวิตามินเอ ซี เค รวมถึงไฟเบอร์สูงด้วยนะ
๔) สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมัน ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันโรคเรื้อรังได้ดี
๕) ใครท้องผูกบ่อย ๆ ต้องลอง เพราะไฟเบอร์ช่วยระบบลำไส้ให้ทำงานลื่นขึ้นจริง ๆ
๖) เรื่องหัวใจ ก็เวิร์กอยู่ ❤️ เพราะเมือกเหนียว ๆ ของมันช่วยจับคอเลสเตอรอลแล้วขับออกไป
๗) คนที่คุมระดับน้ำตาลในเลือด กระเจี๊ยบเขียวช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ด้วยนะ
๘) ในแง่กระดูกและฟัน กระเจี๊ยบเขียวมีทั้งแคลเซียมและวิตามินเค ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
๙) เมนูทำได้สารพัดเลย ทั้งผัด แกง ต้มยำ ดองกินกรอบ ๆ หรือทอดก็ยังได้ 🍲
๑๐) ไม่ใช่แค่ฝัก แต่ดอกของมันกินได้ในสลัด ส่วนใบก็ทำกับข้าวเหมือนผักโขมเลย
๑๑) สมัยก่อนตอนขาดกาแฟ คนอเมริกันเคยเอาเมล็ดกระเจี๊ยบคั่วแทนกาแฟ ☕️
๑๒) แต่ละประเทศก็มีกินกันไม่เหมือน เช่น ญี่ปุ่นจะหั่นกินกับโชยุ บางที่ทำซุป บางที่ใส่สตูว์
๑๓) เรื่องเมือกที่หลายคนไม่ชอบ จริง ๆ ลดได้ แค่ผัดไฟแรง หรือบีบมะนาว/ใส่น้ำส้มสายชูลงไปหน่อย
๑๔) คุณแม่ตั้งครรภ์ก็กินได้ เพราะในกระเจี๊ยบมีโฟเลตสูง ดีต่อพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์
๑๕) นักวิจัยยังเจอสารบางอย่างในกระเจี๊ยบที่ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วยนะ
๑๖) เมือกในกระเจี๊ยบมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเขาเอามาทดลองบำบัดน้ำเสีย หรือใช้แทนพลาสติกบางชนิด 🌍
๑๗) ใครชอบปลูกผัก กระเจี๊ยบปลูกง่าย โตไว ชอบแดดจัด ดินร่วนซุย ประมาณ ๒ เดือนก็เก็บกินได้แล้ว
๑๘) กระเจี๊ยบมีน้ำมากถึงเกือบ ๙๐% กินแล้วช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ
๑๙) บางบ้านใช้กระเจี๊ยบต้มหรือบดพอกผิว ผม ทำให้ชุ่มชื้นขึ้นได้อีกด้วย 💆♀️
๒๐) และไม่ว่าจะอินเดีย บราซิล แอฟริกา หรือบ้านเรา ต่างก็มีกับข้าวเด็ด ๆ ที่มีกระเจี๊ยบเขียวเป็นพระเอก
🌱 เคยลองน้ำกระเจี๊ยบเขียวกันยัง?
เราไปเจอสูตรน่าลองมา เลยอยากเล่าให้ฟัง เผื่อใครกำลังหาน้ำสมุนไพรเบา ๆ ดื่มตอนเช้า บอกเลยว่าทำง่ายมาก ไม่ต้องยุ่งยากอะไรเลย
🍃 วิธีที่เราทำ
๑. เลือกฝักกระเจี๊ยบเขียวสด ๆ หรือถ้าไม่มีก็ใช้แบบแช่แข็งก็ยังได้
๒. ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ วงกลมเล็ก ๆ ก็ดูน่ารักดี
๓. เอาไปใส่ขวดหรือเหยือก เติมน้ำสะอาดพอประมาณ (สัก ๒ ถึง ๔ แก้ว)
๔. ปิดฝาแล้วแช่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน หรือราว ๆ ๘ ถึง ๑๒ ชั่วโมง
๕. เช้าวันถัดมา กรองเอาแต่น้ำออกมา ดื่มได้เลย 🍹
ถ้าอยากให้น้ำมีรสเปรี้ยว ๆ สดชื่น ลองบีบมะนาวหรือมะนาวฝรั่งใส่เพิ่มนิดก็เวิร์กนะ หรือใครชอบหวานนิด ๆ ก็เติมน้ำผึ้งได้เลย
✨ เคล็ดลับเล็ก ๆ
* ดื่มตอนท้องว่างช่วงเช้า รู้สึกเบาสบายดีนะ
* เก็บในตู้เย็นไว้ได้ประมาณ ๓ วัน แต่เราว่าทำใหม่สด ๆ จะอร่อยกว่า
* ถ้าใครมีโรคประจำตัวหรือจะดื่มเพื่อลดน้ำตาล ลดน้ำหนัก อันนี้แนะนำปรึกษาคุณหมอก่อนก็ดีจ้า
เราว่ามันเป็นอีกเครื่องดื่มที่ทำง่าย สบายท้อง แถมได้ประโยชน์จากเส้นใยและสารอาหารของกระเจี๊ยบเขียวด้วย 🥒💧 ลองทำดูนะ เผื่อจะชอบเหมือนกัน
สรุปคือ เจ้านิ้วเขียว ๆ นี้ ไม่ได้มีดีแค่กินกับน้ำพริก แต่ยังเต็มไปด้วยคุณค่าที่ช่วยดูแลทั้งสุขภาพและโลกของเราเลย ลองหยิบใส่ตะกร้าครั้งหน้า แล้วมาทำเมนูใหม่ ๆ ดูนะ 🌿
No comments:
Post a Comment